เที่ยวเวียดนามกลางราคาถูก สุดยอด!!!นั่งกระเช้าบานนา เริ่มที่มุกดาหาร 4 วัน 3 คืน

 

เที่ยวเวียดนามกลางราคาถูก นั่งกระเช้าบาน่าฮิวล์

โปรแกรมทัวร์เวียดนามกลาง 4 วัน 3 คืน รวมวันเดินทาง ไปรถกลับรถ

วันที่หนึ่ง : จ. มุกดาหาร-สะหวันนะ-ลาวบาว –เมืองเว้ (เช้า/กลางวัน/เย็น)

06.00น.

คณะเดินทางถึง จ.มุกดาหาร เข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว รับประทานอาหารเช้า(1)ที่ โรงแรมพลอยพาเลส ได้


ได้เวลาพอสมควรออกเดินทางสู่ด่านสะหวันนะเขตคณะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองข้ามแม่น้ำโขง ด้วยสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว 2 สู่ด่านสะหวันนะเขตลาว ไกด์สาวลาวคอยให้การต้อนรับ แล้วออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ ชายแดนลาว-เวียดนาม ด้วยเส้นทางเศรษฐกิจสายใหม่ หมายเลข 9 
12.00น. คณะเดินทางถึงบ้านแดนสวรรค์ รับประทานอาหารเที่ยง(2)ที่ร้านอาหารนางเห่ย บริเวณด่านแดนสวรรค์

นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองสู่ด่านเวียดนามที่ด่านลาวบาว ไกด์สาวเวียดนามทำเอกสารรอ แล้วออกเดินทาง สู่ เมืองเว้
18.00น. คณะถึง เมืองเว้ เมืองเว้เป็นเมืองเก่าของเวียดนามในสมัยที่ปกครอง ด้วยกษัตริย์ (เวียดนามและชาติตะวันตกจะ

ใช้คำว่า Emperor หรือจักรพรรดิ) และกษัตริย์ในราชวงศ์เหงียนทุกพระองค์ ตั้งแต่องค์ที่ 1 ถึงองค์ที่ 13       จะประทับอยู่ที่พระราชวังแห่งนี้ เป็นเวลานานถึง 150 ปี เว้จึงมีชื่อว่าเป็นเมืองของกษัตริย์ และเป็นที่มาของต้นแบบทางวัฒนธรรมของเวียดนาม เช่น อาหารเวียดนาม และ ชุด อ่าวหญ๋าย ชุดประจำชาติของสตรีเวียดนาม

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ(3) ณ ภัตตาคาร ที่เมืองเว้ แล้วนำท่านเข้าสู่ Century Riverside Hue Hotel  (หรือเทียบเท่า) พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สอง  :  เมืองเว้-พระราชวังดายโน้ย-เมืองดานัง-หาดลังโก-เจ้าแม่กวนอิ่ม–เมืองฮอยอัน  (เช้า/กลางวัน/เย็น)

06.00น. อรุณสวัสดิ์อนเช้ารับประทานอาหารเช้า(4) ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 

จากนั้นเข้าเยี่ยมชม “พระราชวังเว้” หรือ “พระราชวังดายโน้ย” พระราชวังต้องห้าม โบราณสถานในเมืองที่ถูกขึ้นเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2536 พระราชวังเว้ได้รับอิทธิพลมาจากจีน โดยยึดเอาแบบอย่างและคติความเชื่อมาจาก "พระราชวังกู้กง" หรือ "พระราชวังต้องห้าม" ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน มาเต็มเหนี่ยวเพราะถูกปกครองโดยจีนนับ พันปี มองเห็น ป้อมฝูซวน สูงเด่นผ่านประตูเที่ยงวันชม พระราชวังไทฮวา ศาลเจ้าจักรพรรดิ  พิพิธภัณฑ์ราชวงศ์ หรือจะเลือกเช่าชุดถ่ายรูป ฮ้องเต้ ไทเฮา หรือชุดนางสนม (ท่านละ 80 บาท) เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก  แล้วนำท่านเดินทางสู่เมืองดานัง ลอดอุโมงค์ ภูเขาฮายเวิ่น ที่มีความยาว 6.3 ก.ม. เป็นอุโมงค์ที่มีความยาวและทันสมัยที่สุดในแถบอินโดจีน สู่เมืองดานัง

12.00น. ถึงเมืองดานัง มหานคร เมืองท่าค้าขายอันดับ 4 ของเวียดนาม เพราะ มีทั้งแหล่งท่องเที่ยว
 

ทางประวัติศาสตร์ที่น่า เยี่ยมชมอย่างพิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจาม หาดทรายขาวที่ขึ้นชื่ออย่างไบเบียนนอนเนื้อก และวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาหินอ่อน สิ่งเหล่านี้เองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่งทุกมุมโลก จนทำให้อดีตหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้กลับกลายเป็นเมืองท่าที่น่าเยี่ยมชมที่ สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม รับประทานอาหารเที่ยง(5)ที่ภัตตาคารโฝ๋เบี่ยน ได้เวลานำคณะเดินทาง สู่เมืองฮอยอัน เข้าไหว้ สักการะองค์เจ้าแม่กวนอิมที่สูงที่สุดในเวียดนาม ณ วัดหลินเอ๋อ ตั้งอยู่บนเขาสูงสามารถ มองเห็นวิวตัวเมืองดานังได้ทั้งเมือง แสงแดดยามเย็นกระทบผืนทะเล สลับฉากด้วยชุมชนเมืองสวยงาม เก็บภาพที่แสนสวยก่อนออกเดินทางเข้าตัวเมืองผ่านชุมชนชาวประมง เดินทางต่อสู่เมืองฮอยอัน เมืองฮอยอัน หรือ โห่ยอาน เมืองมรดกโลกแห่งที่ 3 (Hội An) ในปี พ.ศ. 2542 องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเขตเมืองเก่าของฮอยอัน ให้เป็นมรดกโลก ด้วยเหตุผลว่าเป็นตัวอย่างของเมืองท่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยคริสต์ ศตวรรษที่ 15-19 ที่มีการผสมผสานศิลปะและสถาปัตยกรรมทั้งของท้องถิ่นและของต่างชาติไว้ได้ อย่างมีเอกลักษณ์ และอาคารต่างๆภายในเมืองได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพเดิมไว้ได้เป็นอย่างดีเป็นเมืองขนาดเล็กริมฝั่งทะเลจีนใต้ ในอดีตเคยเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เมืองการค้าที่เคยรุ่งเรืองในอดีตฐานะเป็นทางผ่านไปมาระหว่างจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และอาหรับใน สมัยจามปา

16.00น. คณะเดินทางถึง เมืองฮอยอัน หรือ โห่ยอาน เมืองมรดกโลกแห่งที่ 3 (Hoi An) ในปี พ.ศ. 2542
  ตรงไปไหว้พระและเจ้าแม่ทับทิมที่ วัดฟุกเกี๋ยน ที่ชาวจีนฟุกเกี๋ยนให้ความ เคารพนับถือแล้วเดินชมย่านบ้านเรือนเก่ารูปแบบสถาปัตยกรรมไม่ซ้ำแบบ ทั้งในด้านศิลปะการแกะสลัก หลังคาทรงกระดองปูแบบเฉพาะของฮอยอัน ซึ่งเชื่อว่าถูกสร้างเพื่อเชื่อมชุมชน 2 แห่งเข้าด้วยกัน และ บ้านโบราณอายุกว่า 200 ปี ชมสะพานญี่ปุ่น ชื่อ  เกาไลเวียน สัญลักษณ์ของเมืองฮอยอัน ต่อด้วยการ ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองเป็นของฝาก กลับบ้านมีให้เลือกมากมายโดยเฉพาะงานฝีมือ โคมไฟสัญลักษณ์ของเมืองฮอยอัน ผ้าปัก  กระเป๋าปัก ตะเกียบไม้แกะสลัก เรือสำเภาจำลอง ภาพเขียน ฯลฯ (เมืองฮอยอันไม่ อนุญาตให้นำรถเข้า  การเดินชมเมืองจึงเป็นวิธีการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในเมืองฮอยอัน)
 

รับประทานอาหารเย็น(6) ณ ภัตตาคาร เข้าที่พัก โรงแรม bach dang hoi an hotel (หรือเทียบเท่า) อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย หรือเดินชมบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองโบราณฮอนอัน แสงสีมากมาย ทุกบ้านประดับประดาด้วยโคมไฟหลากสี บรรยากาศคลาสสิกมากๆ รอให้คุณได้สัมผัสอีกมุมของเวียดนาม

วันที่สาม  : เมืองดานัง-หมู่บ้านแกะสลักหินอ่อน-นั่งกระเช้าบานาฮิลล์ สะพานสีทอง -เมืองเว้-วัดเทียนมู่-ตลาดดองบา-ล่องเรือมังกร  (เช้า/กลางวัน/เย็น)
06.00น. อรุณสวัสดิ์ตอนเช้ารับประทานอาหาร(7) ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 

ออกเดินทางต่อ สู่ หมู่บ้านหินอ่อน เข้าช้อบปิ้งหินอ่อนที่หมู่บ้านหินอ่อนนอนเนื๊อก เป็นหินอ่อนที่แกะสลักส่งออกจำหน่าย ทั่วโลก เป็นช่างแกะที่มีฝีมือปราณีต อิสระตามอัธยาศัย ได้เวลาออกเดินทาง สู่ ภูเขาบานนา นั่งกระเช้าที่ยาวที่สุดในเวียดนาม ระยะทาง 6 ก.ม. ผ่านภูเขาและสายหมอกสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นตลอดปีชมวิวทิวทัศที่สายงาม ของภูเขาฮายเวิ่น ลำธารน้ำตก และสายหมอกสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นตลอดปีชมวิวทิวทัศสวนดอกไม้ที่สวยงามชมหมู่บ้านฝรั่งเศษ  เดินเที่ยวชมบน “สะพานในอุ้งมือยักษ์”  สะพาน Golden Bridge ตระหง่านเหนือหุบเขาบานาฮิลล์ ที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร ในเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ทางเดินแบ่งออกเป็น 8 ช่วง มีความยาวเพียง 150 เมตร สะพานสีเหลืองทองทอดตัวพาดผ่านฝ่ามือขนาดยักษ์ ที่เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมไปหมาดๆ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการออกแบบได้สวยงามแปลกตาไม่เหมือนใครให้ความรู้สึกเหมือนลอยอยู่กลางอากาศได้เพราะฝ่ามือขนาดมหึมาเบื้องล่างแน่นอนว่านอกจากสถาปัตยกรรมรูปมือนี้แล้วเวลาเดินอยู่บนสะพานนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามและอากาศที่บริสุทธิ์ราวกับอยู่บนสวรรค์  และชมสิ่งปลูกสร้างอีกมากมาย เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมของชาวเวียตนามและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมากซึ่งสมัยก่อนชาวฝรั่งเศสตั้งใจจะสร้างเป็นเมืองต่างอากาศอีกแห่งหนึ่งของ เวียดนาม บนภูเขามีรีสอร์ทห้องพัก ร้านอาหารและเครื่องเล่นต่างๆอิสระเครื่องเล่นมากมายบนภูเขาฮายเวิ่น ที่รอให้ท่านไปร่วมสนุกและถ่ายรูปกันอย่างสุดฟิน ออกเดินทางสู่เมืองเว้

12.30น.

รับประทานอาหารเที่ยง(8)ที่ภัตตาคารทันตรัม ริมหาดลังโก อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารทะเลสดๆ 

 

จากนั้นนำท่านชมร้านไข่มุก เลือกชมผลิตภัณฑ์จากท้องทะเล โดยเฉพาะไข่มุกเม็ดงาม พาท่านแวะเลือกซื้อไข่มุก เม็ดสวยสินค้าขึ้นชื่อของเมืองนี้ ที่นำมาเรียงร้อยเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือสามารถซื้อหากลับไปเป็นของกำนัล     แก่ตนเอง และคนที่ท่านรัก  ด้วยราคาและคุณภาพที่น่าพอใจ แล้วออกเดินทางต่อสู่เมืองเว้คณะเดินทางถึงเมืองเว้ เข้าไหว้พระขอพร ที่ วัดเจดีย์เทียนมู่ (Thien Mu Pagoda) เป็นวัด ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหอม สร้างขึ้นในสมัยจาม โดยวัดแห่งนี้ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซน และมีจุดเด่น คือ เจดีย์เทียนมู่  ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเฮว้มาตั้งแต่ปี 1710 มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูงทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นเชื่อว่าเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมจากจีนผสมผสานกับ ความเชื่อของพุทธศาสนามหายานอย่างลงตัว นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของพุทธศาสนาแล้วเทียนมู่ยังมีความสำคัญในแง่ของการ เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองและอำนาจอีกด้วย  พร้อมเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ต่อด้วยเข้าช้อบปิ้งที่ตลาดดองบา เป็นตลาดที่รวบรวมสินค้ามากมายเป็นที่นิยมทั้งชาวเวียดนามและชาวไทย อาทิ เสื้อเวียดนาม ชุดอ๋าวใหญ่ รองเท้า กระเป๋า ขนม ของที่ระลึกมากมายเพื่อฝากคนที่บ้าน 

18.00น. รับประทานอาหารเย็น(9) ณ ภัตตาคารรอยัลปาร์ค
 

เสร็จแล้วนำคณะลงเรือมังกรล่องเรือแม่น้ำหอม พร้อมรับฟังดนตรีกาเหว่บนเรือ ชมบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองหลวงเก่า แสง สี เสียง ชมสะพาน 7 สี (เปิดไฟเฉพาะเสาร์ อาทิตย์) เข้าที่พักโรงแรม Midtown hue hotel 

วันที่สี่  :   เมืองเว้-สะหวันนะเขต-จ.มุกดาหาร  (เช้า/กลางวัน/-)
06.00น.

อรุณสวัสดิ์ตอนเช้า รับประทานอาหารเช้า(10) ณ ห้องอาหารของโรงแรม 

  เก็บสัมภาระอำลาเมืองเว้ออกเดินทางทางสู่ชายแดน เวียดนาม ลาว ไทย
11.00น. คณะเดินทางถึงบริเวณชายแดนเวียดนาม ลาว เข้าช้อบปิ้งที่ตลาดลาวบาวสินค้าปลอดภาษีที่เขตเศรษฐกิจ
  พิเศษลาวบาว มีสินค้าปลอดภาษีให้ท่านได้เลือกมากมาย อาทิ นาฬิกา กระเป๋า เสื้อผ้า น้ำหอม ขนม ฯลฯ
12.00น. รับประทานอาหารเที่ยง(11)ที่ภัตตาคารเซโปน ผ่านพิธีการคนตรวจคนเข้าเมือง อำลาไกด์สาวเวียดนาม เข้าสู่
  ด่านแดนสวรรค์ไกด์สาวลาวขึ้นมาต้อนรับ แล้วออกเดินทางสู่ด่านสะหวันนะเขต ชายแดนลาว ไทย
17.00น. คณะเดินทางถึงด่านสะหวันนะเขตผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานแม่น้ำโขงสู่ เมืองมุกดาหาร
  แล้วออกเดินทางกลับพร้อมความประทับใจจากทีมงาน
   
*โปรแกรมอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของเวลา เราจะถือเอาผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
*การไม่รับประทานอาหารบางมื้อไม่เที่ยวตามรายการหรือถูกปฏิเสธการเข้าเมืองไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆทั้งสิ้นลูกค้าไม่สามารถขอหัก ค่าบริการคืนได้ เพราะการชำระค่าทัวร์เป็นไปในลักษณะเหมาจ่าย
สิ่งที่ควรเตรียมไป - สัมภาระส่วนตัว เช่น เสื้อแขนยาว, ร่ม, ครีมกันแดด, รองเท้าสวมใส่สบาย, หมวก, ไฟฉาย, ยารักษาโรค รวมทั้งคนรู้ใจ

โรงแรม/จำนวน

8-10 ท่าน

11-16 ท่าน

17-20 ท่าน

พักเดี่ยว